หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ขนส่งทางบกจับมือเซ็นทรัล จ่ายภาษีรถวันเสาร์-อาทิตย์

ขนส่งทางบกจับมือเซ็นทรัล จ่ายภาษีรถวันเสาร์-อาทิตย์

 นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปี ณ ห้างสรรพสินค้า ในเครือบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนใช้บริการในวันเสาร์–อาทิตย์ โดยจะเปิดสาขาแรก ที่ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน นี้ ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. และในอนาคตจะมีการขยายการให้บริการไปยังสาขาอื่นต่อไป สำหรับผู้ที่ต้องการชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สามารถใช้บริการที่บริเวณ ท็อปส์มาร์เก็ต เซ็นทรัล รามอินทรา ในเครือบริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น โดยให้นำหลักฐานการทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาแสดง ซึ่งหากรถเก๋ง รถปิกอัพ รถตู้ ที่อายุการใช้งานเกิน 7 ปีขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์อายุการใช้งานเกิน 5 ปี ขึ้นไปต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย โดยจะมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือไม่ก็ได้ อย่างไรก็ตามหลังจากชำระภาษีแล้ว จะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถประจำปี (ป้ายวงกลม) ทันที เช่นเดียวกับมาติดต่อชำระภาษีรถที่กรมการขนส่งทางบก หรือ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1584 โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2549 กรมฯ ได้ให้บริการออกหน่วยเคลื่อนที่รับ  ชำระภาษี  รถที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้ง 13 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว รามอินทรา รัชดาภิเษก บางปะกอก เพชรเกษม อ่อนนุช สุขาภิบาล 3 บางบอน สุวินทวงศ์ แจ้งวัฒนะ บางใหญ่ สำโรง และศรีนครินทร์ โดยมีประชาชนมาใช้บริการในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมาก.

 ที่มา เดลินิวส์

คปภ.จับเข่าคุยภาคเอกชน เพิ่มศักยภาพธุรกิจประกันภัยไทย

 

(24ส.ค.2555) - นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยการประชุมร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยในการเพิ่มศักยภาพธุรกิจประกันภัยไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) โดยการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนกำหนดนโยบายเชิงรุก ผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ประกันวินาศภัย พ.ศ. .. การผ่อนคลายด้านกฎ ระเบียบในการกำกับ เช่น การให้ความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัย อัตราเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ภาคธุรกิจ  ประกันภัย  มีฐานะการเงินที่มั่นคง มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน รวมถึงการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย กรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย (Micro insurance) ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้สะดวกมากขึ้น 


นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ขอความร่วมมือสมาคมประกันวินาศภัยร่วมเสนอความคิดเห็น การปรับปรุงเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และการจัดทำระบบ Do-Not-Call List สำหรับการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยทางโทรศัพท์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย และสามารถปฏิบัติได้จริง รวมถึงให้ติดตามความคืบหน้าการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัย และการประกันภัยข้าวนาปีประจำปี 2554 และขอให้กำชับบริษัทสมาชิกให้ส่งรายงานข้อมูลการรับประกันภัยรถตามพรบ. ต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์ประกันภัยเริ่มต้นให้ความคุ้มครอง เพื่อให้สำนักงาน คปภ. มีข้อมูลในการให้บริการประชาชนได้ครบถ้วน ทั้งในด้านการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ และการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลผ่านระบบ E-Claim ซึ่งผู้ประสบภัยจากรถไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้แนะนำให้บริษัทประกันภัยให้บริการตรวจสอบข้อมูลการประกันภัยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ประชาชนผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสามารถตรวจสอบระยะเวลาคุ้มครอง ข้อมูลต่างๆ เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ของกรมธรรม์ประกันภัยด้วย 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายให้คณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนพิจารณาถึงอนาคตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในอีก 10 - 20 ปีข้างหน้า AEC เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่จะสร้างความเข้มแข็ง สร้างมาตรฐานสากลให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ประกอบกับในเดือนธันวาคมนี้สำนักงาน คปภ. จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีนายทะเบียนประกันภัยอาเซียน ซึ่งจะมีการหารือถึงความร่วมมือด้านการประกันภัย การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบด้านการประกันภัย รวมถึงมาตรการกำกับดูแล เพื่อรองรับการปลี่ยนแปลงของแต่ละประเทศในอาเซียน
ที่มา ข่าวประกันภัย

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก ประกันชั้น1 3พลัส 2พลัส: คปภ. เผยตัวเลขธุรกิจประกันภัย 5 เดือนแรก โต 19 %นา...

ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก ประกันชั้น1 3พลัส 2พลัส: คปภ. เผยตัวเลขธุรกิจประกันภัย 5 เดือนแรก โต 19 %นา...: คปภ. เผยตัวเลขธุรกิจประกันภัย 5 เดือนแรก โต 19 % นายประเวช องอาจสิทธิกุลเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.)...

ทำอย่างไร เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ

 


รื่องปวดหัวที่สุดของผู้ใช้รถ คือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ต้องมายืนเถียงกับคู่กรณีกลางแดดเปรี้ยง

แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากเจอเรื่องแบบนี้ ดังนั้น การมีประกันภัยรถยนต์เพื่อลดความยุ่งยาก จึงเป็นเหตุผลแรกๆ ของหลายคน และก็ทำให้หลายคนเลือกประกันภัยประเภท 1 เพราะเชื่อว่าจะได้รับการดูแลระดับเฟิร์สต์คลาส

แต่ในสถานการณ์จริง เมื่อประกันมาถึง อาจจะมีความยุ่งยากก็ได้ ถ้าผู้ขับขี่นั้นไม่มีความพร้อมในเรื่องคุณสมบัติ

เรื่องที่ไม่ซับซ้อน แค่ขับรถชนกัน ก็เรียกตัวแทนเคลมประกันมาคุย ก็น่าจะจบ แต่มาลองดูว่า ปัญหานั้นอยู่ที่ตรงไหนได้บ้าง

ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป...ใช่ครับ ก็คนขับรถนั้นต้องมีใบอนุญาตและกรมขนส่งทางบกออกให้เฉพาะคนที่อายุถึงเกณฑ์ 18 ปี แต่ทุกวันนี้ ท่านเคยมองไปรอบข้างยามอยู่หลังพวงมาลัยหรือไม่ เด็กหนุ่มสาวหน้าตาละอ่อน บางคนผมเกรียนแบบนักเรียน ม.ต้น ดูอย่างไรก็ไม่มีทางอายุ 18 ปี แต่พ่อแม่ก็ปล่อยให้ขับรถออกมาห้าง หรือไปเที่ยวทะเลดูคอนเสิร์ตริมหาด ตรงนี้สร้างความยุ่งยากให้ประชาชนที่ใช้ถนนร่วมกันมาก ผิดกฎหมาย ประกันถือว่าโมฆะ ความสูญเสียมากมายที่ตามมา และอาจนำไปสู่การคอร์รัปชันหลายรูปแบบ

เรื่องต่อมาที่ต้องใส่ใจ คือ ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยชั้น 1 และ 2 ค่าเบี้ยประกันภัยจะสัมพันธ์กับวงเงินทุนประกันภัยรถของคุณเป็นหลัก เช่น ทุนประกันภัยรถสูง = ค่าเบี้ยแพง ดังนั้น เมื่อพบอัตราเบี้ยที่แตกต่างกันให้สังเกตดูว่าทุนประกันภัยและความคุ้มครองอื่นๆ ที่สูงกว่านั้นคุ้มค่าตามความต้องการหรือไม่

บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้น ในกรณีที่ผู้ขับขี่ดื่มเหล้าและเกิดอุบัติเหตุ...โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง และพึงสังวรไว้ให้มากเรื่องนี้

การนำรถที่ถูกชนมาก่อนมาทำประกันภัยโดยไม่เปิดเผย ถือเป็นการหลอกลวง บริษัทประกันภัยมีสิทธิไม่รับประกันภัยรถของคุณ หรือหากตรวจพบในภายหลังให้ถือว่าสัญญาเป็นโมฆียะ หรือไม่สามารถนำมาใช้ได้

ความคุ้มครองการประกันภัยรถยนต์ จะคุ้มครองเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

โดยทั่วไป บริษัทประกันภัยจะไม่รับประกันภัยรถที่มีการโหลด ตกแต่ง หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์

บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครอง ในกรณีนำรถไปใช้ผิดประเภท เช่น นำรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนำไปใช้รับจ้าง

...เมื่อเกิดเหตุคุณควรทำอย่างไร

แจ้งอุบัติเหตุทันทีต่อบริษัทประกันภัยตามหมายเลขโทรศัพท์ที่บริษัทประกันภัยให้ไว้ มักจะให้มาในรูปแบบของสติกเกอร์ติดกระจกหน้ารถ

เมื่อเจ้าหน้าที่บริษัทดำเนินการสำรวจความเสียหายแล้ว จะให้ใบรับแจ้งเหตุไว้ นำเอกสารดังกล่าวไปให้บริษัทประกันภัยคุมราคาทรัพย์สินที่เสียหายก่อนทำการซ่อม หลังจากนั้น นำรถเข้าซ่อมกับอู่ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กม.ใหม่‘อำนาจคปภ.’เฮี้ยบ!ช็อค!ร่างแก้2พรบ.ประกันทั้งฉบับ

กม.ใหม่‘อำนาจคปภ.’เฮี้ยบ!ช็อค!ร่างแก้2พรบ.ประกันทั้งฉบับ
วงการประกันชีวิตและประกันวินาศภัยต่างพากันช็อค! คาดไม่ถึงว่าคปภ.จะซุ่มเงียบจ้างมูลนิธิสำนักงานกฤษฎีกาให้เขียนร่างพ.ร.บ.ประกันชีวิต-ประกันวินาศภัยแก้ไขใหม่
  จนจู่ๆ เพิ่งจะโผล่มาทำประชาพิจารณ์และเร่งรัดให้เอกชนสรุปความเห็นและทำเรื่อง คัดค้านเอาเพียงไม่    กี่วันนี้เอง ร้อนถึงนายกสมาคมประกันวินาศภัยและนายกสมาคมประกันชีวิตไทยต้องทำหนังสือ ผ่อนผัน ขอขยายระยะเวลาทำสรุปข้อคิดเห็นเลื่อนออกไปก่อนเป็นเดือน  ก.ย. และต.ค.ตามลำดับ จากเดิมที่ขีดเส้นตายจะให้ทั้งสองสมาคมฯ ส่งภายใน 31 ส.ค.นี้ วงการผวา! หากปล่อยร่างพ.ร.บ.ฯ ทั้งสองฉบับออกมา จะเป็นการขยายอำนาจให้   คปภ.เฮี้ยบมากขึ้น
แหล่งข่าวจากวงการประกันชีวิต  กล่าวว่า  ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบการธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ได้มีจัดให้มีการประชุม Public Hearing  ให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจประกันภัยได้เข้ามาฟังเมื่อวันที่  30 มิ.ย.55 ที่โรงแรมเลอคองคอร์ด  พร้อมได้จัดพิมพ์ตัวร่างพ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ........ และตัวร่างพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ........แจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมงานในวันนั้นจำนวน 300 คน   ทำเอาหลายคนที่เข้าร่วมประชุมต่างงงไปตามๆกัน    เพราะไม่คิดว่า จะมีการแก้ไขยกร่างใหม่ทั้งหมดเลย   โดยเท่าที่ทราบมาได้มีการไปว่าจ้างมูลินิธิกฤษฏีกาขึ้นมายกร่างกฎหมายทั้งสองฉบับนี้ขึ้นมา   ซึ่งในทรรศนะของผู้เข้ารับฟังและผู้ประกอบการเอกชนส่วนใหญ่ในวันนั้นต่างก็ไม่เห็นด้วยเลย   เพราะนึกว่าจะแก้เพียงบางมาตราให้สอดรับกับบทเฉพาะกาลของพ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2551  ในบางมาตราที่เกี่ยวข้อง  แต่นี่กลับกลายเป็นแก้ใหม่หมดทั้งเล่มก็ว่าได้
                  
จริงอยู่ในบางมาตราอาจจะเป็นการเขียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยเขียนระบุไว้เลยอย่างเช่น ในมาตรา 16   ซึ่งเมื่อก่อนมันเป็นมาตรา 10 ที่บอกว่า บริษัทต้องมีกรรมการสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของกรรมการทั้งหมด และต้องถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละ  75  ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดแล้ว แต่ของใหม่ได้คลี่คลายขึ้น  แต่มันก็ยังดีกว่าของเดิมนิดหนึ่งตรงที่เขียนสั้นกว่านี้  และได้เขียนแก้ไขเพิ่มเติมให้อำนาจคณะกรรมการคปภ.อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 ถ้าหากในกรณีมีต่างชาติถือเกินร้อยละ  25 แต่ไม่เกินร้อยละ 49   ก็ให้คปภ.เป็นผู้อนุญาต  แต่ถ้าเป็นเหตุจำเป็น  รมว.คลังโดยความเห็นชอบคปภ. มีอำนาจผ่อนผันให้บริษัทมีจำนวนหุ้นและกรรมการแตกต่างออกไปได้  
                   
หรือกระทั่งในมาตรา 19 บอกว่า บุคคลใดมีหุ้นกับบริษัทไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปของหุ้นที่จำหน่าย   บุคคลนั้นต้องรายงานต่อนายทะเบียนซึ่งของเดิมไม่กำหนด  อันนี้มันจะทำให้ยุ่งยาก   ขึ้นสำหรับบางบริษัท  แต่เข้าใจเจตนาดีว่า ต้องการให้บริษัทประกันชีวิตเป็นมหาชนอย่างแท้จริง  หรือกระทั่งที่ระบุว่า ไม่ให้ถือหุ้นทั้งหมดเกินกว่า ร้อยละ 10  กล่าวคือหุ้น 100 บาท  คนหนึ่งจะถือเกินกว่า 10 บาทขึ้นไปไม่ได้

เว้นเสียแต่ถ้าคณะกรรมการฯอนุญาต ก็สามารถทำได้ซึ่งร่างกฎหมายส่วนใหญ่จะเป็นการให้อำนาจคปภ.มากขึ้นจากเดิมแทบจะหลายมาตราด้วยกัน   ซึ่งไม่เข้าใจเลยว่า เวลาคปภ.จะเขียนกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง   แทนที่จะเอาหลักการขึ้นก่อน แต่นี่กลับไปเอาดุลยพินิจขึ้นมาเป็นข้อพิจารณาก่อนเลย ซึ่งเท่าที่ดูเนื้อหาในแต่ละมาตราล้วนแล้วแต่หฤโหด  ถึงกับมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในวงการเวลานี้ว่า  ร่างกฎหมายดังกล่าวเฮี้ยบมาก  ถึงขนาดเอาบริษัทประกันถึงตายกันเลย    
                   
ยกตัวอย่างอย่างเห็นได้ชัดเจนก็คือ  ในตัวร่างฯมีมาตราหนึ่งในเรื่องของการควบคุมบริษัท   ซึ่งระบุไว้ในร่างใหม่ว่า ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมบริษัทรายงานว่า  บริษัทที่ถูกควบคุม ไม่อาจดำเนินการต่อไปได้  ก็ให้คณะกรรมการคปภ.สั่งปิดบริษัทได้เลย และก็เสนอให้รมว.คลังเพิกถอนใบอนุญาตได้ โดยให้ทำแล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่คณะกรรมการเสนอเรื่องขึ้นไป ซึ่งประเด็นที่มันโหดเกินไปก็คือ  หากรมว.คลังพิจารณาไม่เสร็จภายในระยะเวลา 30 วัน    ก็ถือว่า รมว.คลังมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตไปเลย  ซึ่งมันไม่ถูกต้องเพราะหากเกิดรมว.คลังไม่ว่างหรือติดภาระกิจในวันนั้นขึ้นมาล่ะ  เราจะทำยังไง      
                   
“ผมว่า  คนที่ร่างเขาคงจะไปล้อกับกฎหมายของสถาบันการเงินของธนาคาร  แล้วหยิบเอามาเป็นตัวบทกฎหมายขึ้นมาใช้เลย  ทั้งๆที่ลักษณะของงานอาจจะต่างกันบ้าง  ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วการร่างกฎหมายมันต้องเกิดจากประสบการณ์ และเกิดจากลักษณะงานจริงๆ ไม่ใช่ไปกอปปี้ของต่างชาติที่เขามีวัฒนธรรมหลากหลายต่างกันออกไปแล้วนำมาใช้ได้เลย  และที่สำคัญในเนื้อหาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีการพูดถึงการไปเกี่ยวข้องกับเออีซีหรือการประชุมเศรษฐกิจอาเซียนเสียเท่าไหร่เลย  ที่ซ้ำร้ายพอทำ Public Hearing บอกว่า นี่เป็นร่าง  และให้แต่ละบริษัทที่หากจะคัดค้าน  ก็ให้ทำเรื่องคัดค้านมาภายในเดือนส.ค.นี้  ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้  เพราะไม่มีทางดูได้ทัน” แหล่งข่าวรายนี้กล่าวทิ้งท้าย
                            
ด้านนายสาระ  ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย  กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการสมาคมประกันชีวิตไทยชุดใหม่เพิ่งเข้ามาเริ่มงาน  ซึ่งเป็นช่วงรับไม้ต่อจากคณะกรรมการชุดเก่า  จึงทำให้เราศึกษาในรายละเอียดไม่ทัน   จึงได้ทำหนังสือขอขยายระยะเวลาส่งความเห็นให้ต่อคปภ.ออกไปเป็นปลายเดือน ต.ค.55  พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งซึ่งตนเองจะรับหน้าทำเป็นประธานดูเรื่องนี้พร้อมกับคณะ
โดยเราจะพยายามดูให้แล้วเสร็จในเร็ววันนี้   เพื่อจะได้ข้อสรุปนำเข้าไปพูดคุยกับทางคปภ.ในเรื่องนี้อีกที
                            
ขณะที่นายอรัญ  ศรีว่องไทย   กรรมการบริหารสมาคมประกันวินาศภัย  เปิดเผยว่า    การแก้ไขพ.ร.บ.ฯขึ้นมาใหม่  กว่าจะเอาเข้าสภาฯ   ก็ยังไม่รู้กี่ปี  แต่เท่าที่ดูจากตัวร่างที่ส่งมาให้  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมาเอาความเห็นสรุปจากภาคธุรกิจในเวลาสั้นๆ แล้วนำไปร่างเลยทันที   ทั้งนี้มันคงเป็นเพียงแต่คปภ.ได้ขอความเห็น
เข้ามาเท่านั้น    
                           
“ภาคธุรกิจก็ได้บอกท่านเลขาธิการคปภ.หรือท่านประเวช  สิทธิองอาจกุลไปแล้วว่า ในเรื่องนี้เรามาทำงานร่วมกันดีไหม   ซึ่งผมเพิ่งจะได้รับมา   การจะขอคอมเม้นท์ในวันที่ 31 ส.ค.55นี้ ผมบอกว่า มันไม่ได้   เพราะนี่มันยกร่างใหม่หมด  ไม่ใช่แก้เพียงบางมาตรา    หมวดที่เดิมเคยมีอยู่ไม่กี่หมวด  แต่ของใหม่เพิ่มขึ้นมา12 หมวด     บางเรื่องเท่าที่เราดูกันในที่ประชุมกันไป  เราก็เจอว่า มันเหมือนการไปตัดแปะมา  โดยที่ไม่ได้แก้อะไรเลย   อย่างปีหน้าเราต้องเป็นมหาชน (เดือนก.พ.56 ต้องเป็นมหาชน)   ซึ่งมันมีบางมาตราเอามาใช้ไม่ได้แล้ว  และในส่วนของกฎเหล็กอาร์บีซี มันก็ต้องมาดูกันว่า ข้อเท็จจริงมันเป็นยังไง   บางอันก็สวนทางกับการปฎิบัติ    โดยเฉพาะข้อสำคัญนี่คือเป็นการเอากฎหมายของอเมริกา  ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์  สิงคโปร์  หรือมาเลเซียมาผสมผสานกันร่างออกมา    โดยมันเหมือนเอาลูกผสมมาเปรียบเทียบและเทียบเคียง    แล้วก็อ้างว่า ปี 58 เออีซีจะมาแล้ว  จึงจำเป็นต้องทำให้ใกล้เคียง” นายอรัญกล่าวและว่า   
                            
ด้วยเหตุนี้เองทางบอรด์บริหารสมาคมประกันวินาศภัยจึงได้มีการนำเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุม จนในที่สุดจึงได้มีมติออกมาว่า เห็นควรจะทำหนังสือขยายระยะเวลาในการส่งข้อคิดเห็นไปยังคปภ.ออกไปเป็นวันที่ 30 ก.ย.55  และได้ตั้งให้ตนเองเป็นคณะทำงานศึกษาเรื่องนี้พร้อมกับตัวแทนที่มาจากคณะอนุกรรมการประกันภัยชุดต่างๆรวมเบ็ดเสร็จ 19 คนเพื่อหาข้อสรุปในประเด็นนี้ ซึ่งจากการประชุมไปแล้วนัดแรกเม่อวันที่  7 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีข้อสรุป  เพียงแต่คณะทำงานได้มาวางโครงกันว่า  จะคุยเป็นรายประเด็นไหนบ้าง  โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นพ้องต้องกันว่า จะให้เส้นตายทำเรื่องนี้ให้จบภายในวันที่ 20 ก.ย.นี้  และจัดส่งให้เจ้าหน้าที่สมาคมฯจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จเพื่อส่งต่อให้ทางคปภ.ได้ทันในวันที่  30 ก.ย.นี้ 
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คปภ. เผยตัวเลขธุรกิจประกันภัย 5 เดือนแรก โต 19 %

นายประเวช องอาจสิทธิกุลเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.)เปิดเผยว่า ธุรกิจประกันภัยช่วงเดือนม.ค. - พ.ค. 2555ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันภัยรวมทั้งสิ้น 2.15 แสนล้านบาทขยายตัว 19.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ แยกเป็นธุรกิจประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง รวมทั้งสิ้น 1.45 แสนล้านบาทขยายตัว 16.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด คือ การประกันชีวิตประเภทสามัญ จำนวน 1.21 แสนล้านบาท ขยายตัว 17.66% รองลงมาการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม จำนวน 1.81 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 17.52% และการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจำนวน 2,078 ล้านบาท ขยายตัว  12.15%

ธุรกิจประกันวินาศภัย มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง รวมทั้งสิ้น 6.97 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 23.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด คือ การประกันภัยรถ จำนวน 4.05 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 19.08% รองลงมาการประกันภัยเบ็ดเตล็ด จำนวน 2.30 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 33.86% และ การประกันอัคคีภัย จำนวน 4,115 ล้านบาท ขยายตัว 23.33%

ทั้งนี้ วันที่ ณ 31 พฤษภาคม 2555 มีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยรายใหม่ รวมทั้งสิ้น 21.51 ล้านราย ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.72%  คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัยรวม 32.77 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 2.19 ล้านราย เป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,426 ล้านล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.47% และกรมธรรม์ประกันวินาศภัย จำนวน 19.31 ล้านราย ขยายตัว 11.84% เป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 3.13 หมื่นล้านล้านบาทhttp://spser.com/board/index.php?topic=297.0

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ใบสั่งหายต้องทำอย่างไร


ในกรณีที่ผู้ขับขี่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งให้ แล้วดันทำหายไปเมื่อต้องการที่จะไปจ่ายค่าปรับตามใบสั่งให้ถูกต้อง จะต้องทำอย่างไรบ้าง ในกรณีนี้กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) มีข้อชี้แจงว่า หากทำใบสั่งหายถ้าเป็นใบสั่งที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนใบสั่งนั้น ๆ ให้ ให้ไปติดต่อยังสถานีตำรวจที่ออกใบสั่งให้ ในวันและเวลาราชการ โดยต้องแจ้งความกรณีใบสั่งหายก่อน หลังจากนั้นจึงทำการจ่ายค่าปรับตามข้อหาที่ระบุในใบสั่งนั้น แต่ถ้าเป็นใบสั่งที่ออกโดยกล้องจับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร หรือ เรดไลต์คาเมร่า ให้ติดต่อขอคัดสำเนาใหม่ ที่ บก.จร. เลขที่ 123 หมู่  2 ถนนวิภาวดี รังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ในวันและเวลาราชการและสามารถชำระค่าปรับได้ที่ ชั้น 1 บก.จร.เช่นกัน ทั้งนี้ผู้ขับขี่ถูกออกใบสั่ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ถูกยึดใบขับขี่ด้วย หรือเป็นเพียงใบสั่งลอยที่แปะไว้ที่หน้ารถ หรือเป็นใบสั่งที่ส่งถึงบ้าน ก็ควรไปจ่ายค่าปรับให้เรียบร้อยถูกต้องตามกฎหมาย หลีกเลี่ยงปัญหาถูกอายัดทะเบียนตอนไปชำระภาษีประจำปี.
แหล่งที่มา http://spser.com/board/index.php?topic=253.0

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555


การประกันอัคคีภัย
การประกันอัคคีภัย

http://www.oic.or.th/uploadfile/contentM/gif/ou_file_management_20061121032038_pict.gif กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย
http://www.oic.or.th/uploadfile/contentM/gif/ou_file_management_20061121032038_pict.gif
 ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย
http://www.oic.or.th/uploadfile/contentM/gif/ou_file_management_20061121032038_pict.gif
 เงื่อนไขทั่วไปในการรับประกันภัย
- การประกันภัยทรัพย์สินต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
- การตกเป็นโมฆียะของกรมธรรม์ประกันภัย
- หน้าที่ในการรักษาสิทธิของบริษัทเพื่อรับช่วงสิทธิ
- การผิดคำรับรอง
- เงื่อนไขการเรียกร้องและชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- การระงับไปแห่งสัญญาประกันภัย
- การบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย
- อายุความ
- การบอกกล่าว
http://www.oic.or.th/uploadfile/contentM/gif/ou_file_management_20061121032038_pict.gif
 การขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมจากภัยพื้นฐาน
http://www.oic.or.th/uploadfile/contentM/gif/ou_file_management_20061121032038_pict.gif
 สิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันอัคคีภัย
http://www.oic.or.th/uploadfile/contentM/gif/ou_file_management_20061121032038_pict.gif
 คำสั่งนายทะเบียนที่ 9/2549 เรื่อง ให้ใช้เอกสารประกอบ ให้แก้ไข เปลี่ยนแปลงเอกสารแนบท้าย และอัตราเบี้ยประกันภัยของเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยและกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย

คำจำกัดความ
ถ้อยคำและคำบรรยายซึ่งมีความหมายเฉพาะที่ได้ให้ไว้ในส่วนใดก็ตามของกรมธรรม์ประกันภัยนี้จะถือว่าเป็นความหมายเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะปรากฎใดส่วนใดก็ตามเว้นแต่จะคงไว้เป็นอย่างอื่นในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
คำว่า กรมธรรม์ประกันภัย หมายความรวมถึง ใบคำขอเอาประกันภัย ตารางกรมธรรม์เงื่อนไข ข้อยกเว้น ข้อกำหนด เอกสารแนบท้าย ข้อระบุพิเศษ ข้อรับรอง และใบสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งสัญญาประกันภัยเดียวกัน
คำว่า บริษัท หมายความถึง ผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
คำว่า ผู้เอาประกันภัย หมายความถึง บุคคล หรือนิติบุคคล ตามที่ปรากฎชื่อเป็นผู้เอาประกันภัยในหน้าตารางกรมธรรม์ ซึ่งตกลงจะชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัท
คำว่า ความเสียหาย หมายความถึง การสูญเสียหรือเสียหายไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนอันเกิดจากภัยที่ได้รับความคุ้มครองที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
คำว่า ความเสียหายสืบเนื่อง หมายความถึง ความเสียหายทางการเงินซึ่งเป็นผลสืบเนื่องและนอกเหนือจากความเสียหายทางวัตถุ อันเกิดจากภัยที่เอาประกันภัยไว้
คำว่า อัคคีภัย หมายความถึง ไฟไหม้ หรือฟ้าผ่า หรือการระเบิดของแก๊สเฉพาะที่ได้กำหนดไว้ว่าได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้

ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย
เพื่อเป็นการตอบแทนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยต้องชำระให้แก่บริษัทในการเอาประกันภัยทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ บริษัทให้สัญญาต่อผู้เอาประกันภัยทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้บริษัทให้สัญญาต่อผู้เอาประกันภัยว่าหากทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย เนื่องจาก
 
1) ไฟไหม้ แต่ไม่รวมถึงความเสียหาย
1.1 จากแรงระเบิด อันเป็นผลมาจากไฟไหม้ เว้นแต่แรงระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย
1.2 โดยตรงหรือโดยอ้อมจากแผ่นดินไหว
1.3 ต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันเกิดจาก
1.3.1 การบูดเน่าหรือการระอุตามธรรมชาติ หรือ การลุกไหม้ขึ้นเองเฉพาะที่เกิดจากตัวทรัพย์สินนั้นเองเท่านั้น หรือ
1.3.2 การที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในระหว่างกรรมวิธีใด ๆ ซึ่งใช้ความร้อนหรือการทำให้แห้ง
2) ฟ้าผ่า
3) แรงระเบิดของแก๊ส ที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงความเสียหายจากการระเบิดของแก๊สจากแผ่นดินไหว
4) ความเสียหายเนื่องจากภัยเพิ่มพิเศษ ที่ได้ระบุไว้ชัดเจนในกรมธรรม์ประกันภัย
ในระหว่างระยะเวลาที่ได้เอาประกันภัยตามที่ได้ระบุในตารางกรมธรรม์ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาที่ผู้เอาประกันภัยได้ตกลงต่ออายุสัญญาประกันภัยด้วย (หากมี) บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงในขณะเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย หรือเลือกที่จะทำการสร้างให้ใหม่ หรือซ่อมแซมให้คืนสภาพเดิม หรือจัดหาทรัพย์สินมาทดแทนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด หรือบางส่วน 
ความรับผิดของบริษัทภายใต้กรมธรรม์ฉบับนี้จะไม่เกิน
1) จำนวนเงินที่เอาประกันภัยไว้ทั้งหมด หรือจำนวนเงินที่เอาประกันภัยไว้ตามรายการแต่ละรายการในขณะที่เกิดความเสียหาย
2) จำนวนเงินเอาประกันภัยที่คงเหลืออยู่ภายหลังจากหักมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างระยะเวลาที่เอาประกันภัยเดียวกัน เว้นแต่บริษัทได้เคยตกลงไว้ก่อนแล้วในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ให้จำนวนเงินเอาประกันภัยที่คงเหลืออยู่นั้นกลับเต็มจำนวนดังเดิม โดยผู้เอาประกันภัยตกลงที่จะชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม

เงื่อนไขทั่วไปในการรับประกันภัย
กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ไม่คุ้มครอง
1) ความเสียหายซึ่งเกิดจากสงคราม การรุกราน การกระทำที่มุ่งร้ายของศัตรูต่างชาติ หรือการกระทำที่มุ่งร้ายคล้ายสงคราม ไม่ว่าจะมีการประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม หรือสงครามกลางเมือง การแข็งข้อ การกบฏ การจลาจล การนัดหยุดงาน การก่อความวุ่นวาย การกระทำของผู้ก่อการร้าย การปฏิวัติ การรัฐประหาร การประกาศกฎอัยการศึก หรือเหตุการณ์ใด ๆ ซึ่งจะเป็นเหตุให้มีการประกาศหรือคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึก

2) ความเสียหายที่เป็นผลโดยตรง หรือโดยอ้อมจากสาเหตุดังนี้
2.1 การแผ่รังสี หรือการแพร่กัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือจากกากนิวเคลียร์ใด ๆ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
2.2 การระเบิดของกัมมันตรังสี หรือส่วนประกอบของนิวเคลียร์ หรือทรัพย์อันตรายอื่นใดที่อาจเกิดการระเบิดในกระบวนการนิวเคลียร์ได้

3) ความเสียหายต่อทรัพย์สินซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือมีสิทธิได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเล หรือกรมธรรม์ประกันภัยการขนส่ง ยกเว้นความเสียหายส่วนเกินกว่าจำนวนเงิน ซึ่งจะได้รับการชดใช้จากกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวนั้น

4) ทรัพย์สินต่อไปนี้ เว้นแต่จะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่นในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
4.1 สินค้าที่อยู่ในการดูแลรักษาของผู้เอาประกันภัยในฐานะผู้รับฝากทรัพย์
4.2 เงินแท่ง หรือเงินรูปพรรณ หรือทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ หรืออัญมนี
4.3 โบราณวัตถุหรือวัตถุสำหรับความเสียหายรวมส่วนที่เกินกว่า 10,000 บาท 
4.4 ต้นฉบับหรือสำเนาเอกสาร แบบแปลน แผนผัง ภาพเขียน รูปออกแบบ ลวดลายแบบ หรือแบบพิมพ์ หรือแม่พิมพ์
4.5 หลักประกันหนี้สิน หลักทรัพย์ เอกสารสำคัญต่าง ๆ ไปรษณียากร อากรแสตมป์ เงินตรา ธนบัตร เช็ค สมุดบัญชี หรือสมุดหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจใด ๆ
4.6 วัตถุระเบิด
4.7 ไดนาโม หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้า แผงควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ซึ่งได้รับความเสียหายเนื่องจาก หรือเพราะการเดินเครื่องเกินกำลัง หรือได้รับกระแสไฟฟ้าเกินกำลัง หรือไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากฟ้าผ่า เฉพาะเครื่องที่เกิดการเสียหายในกรณีดังกล่าว

5) ความเสียหายต่อเนื่องใด ๆ ทุกชนิดเว้นแต่การสูญเสียรายได้จากค่าเช่าที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ว่าได้รับความคุ้มครอง

6) ความเสียหายจากการเผาทรัพย์สิน โดยคำสั่งเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

เงื่อนไขทั่วไปในการรับประกันภัย
1. การประกันภัยทรัพย์สินต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง
ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย และปรากฎว่าทรัพย์สินนั้นมูลค่าสูงกว่าจำนวนเงินที่ได้เอาประกันภัยไว้ให้ถือว่า ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับประกันภัยเองในส่วนที่ต่างกันและในการคำนวณค่าสินไหมทดแทนผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระส่วนเฉลี่ยความเสียหายไปตามส่วนทุก ๆ รายการ และหากมีมากกว่าหนึ่งรายการให้แยกพิจารณาเป็นแต่ละรายการโดยบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายแต่ละรายการตามหลักการต่อไปนี้

ค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทจะชดใช้แต่ละรายการ =( (จำนวนเงินเอาประกันภัย / มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ณ เวลา) x มูลค่าความเสียหาย) - ความเสียหายส่วนแรก (ถ้ามี) 

2. การตกเป็นโมฆียะของกรมธรรม์ประกันภัย
ถ้าได้มีการบรรยายคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญแห่งทรัพย์สินที่เอาประกันภัยหรือในสาระสำคัญแห่งสินปลูกสร้างหรือสถานที่ตั้งของทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว หรือในข้อความอันเป็นสาระสำคัญอันจำเป็นต้องรู้เพื่อการประเมินความเสี่ยงภัย หรือเพื่อการกำหนดเบี้ยประกันภัยหรือมีการละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวนั้น ให้ถือว่าสัญญาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัย ฉบับนี้ตกเป็นโมฆียะและบริษัททรงไว้ซึ่งสิทธิในการบอกล้างสัญญาประกันภัยนี้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

3. หน้าที่ในการรักษาสิทธิของบริษัทเพื่อรับช่วงสิทธิ
โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท ผู้เอาประกันภัยจะต้องกระทำทุกอย่างเท่าที่จำเป็นหรือเท่าที่บริษัทจะร้องขอให้ทำตามสควรไม่ว่าก่อนหรือหลังการรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท เพื่อรักษาสิทธิของบริษัทในการเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลภายนอก

4. การผิดคำรับรอง
เมื่อผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อรับรองต่าง ๆ ที่แนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ แต่เจตนาไม่ปฏิบัติตามข้อรับรองดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้นมีความเสี่ยงสูงขึ้น บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายอันเนื่องมาจากความเสี่ยงภัยที่สูงขึ้นนั้น

5. เงื่อนไขการเรียกร้องและชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
5.1 หน้าที่ของผู้เอาประกันภัยในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ดังนี้
5.1.1 ต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้าและต้องส่งมอบหลักฐานและเอกสารตามที่ระบุไว้ข้างล่างนี้ให้บริษัทภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเกิดความเสียหาย เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยมีเหตุอันสมควรไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้ในภายในเวลาที่กำหนดหรือภายในกำหนดเวลาที่บริษัทขยายให้โดยทำเป็นหนังสือ ทั้งนี้ ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัยเอง
(1) คำเรียกร้องเป็นหนังสือเกี่ยวกับความเสียหายซึ่งต้องแจ้งรายละเอียดแห่งทรัพย์สินที่สูญเสียหรือเสียหายและมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินนั้น ๆ โดยละเอียดเท่าที่จะทำได้ตามมูลค่าในเวลาเกิดความเสียหายซึ่งไม่ได้รวมกำไร
(2) การประกันภัยอื่น ๆ รวมทั้งการประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
5.1.2 ต้องแสดง หรือจัดหา หรือแจ้ง หรือมอบให้บริษัทซึ่งพยานหลักฐานและรายการเพิ่มเติม เช่น แผนผัง รายการละเอียด สมุดบัญชี ใบสำคัญการบัญชี ใบกำกับสินค้า ต้นฉบับ คู่ฉบับ หรือสำเนาแห่งเอกสารนั้น ๆ ข้อพิสูจน์และข้อความเกี่ยวกับการเรียกร้องและต้นเพลิงหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดอัคคีภัยและพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ตามที่บริษัทต้องการตามสมควรแก่กรณี ทั้งนี้ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัยเอง
5.1.3 จะต้องดำเนินการและยินยอมให้บริษัทหรือตัวแทนกระทำการใด ๆ ที่เหมาะสามในการป้องกันความเสียหายอันอาจเพิ่มขึ้น
บริษัทอาจไม่รับพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หากผู้เอาประกันภัยจงใจหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเจตนาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นแม้ว่าเพียงข้อหนึ่งใดก็ตาม
5.2 การชดใช้โดยการเลือกทำการสร้างให้ใหม่หรือจัดหาทรัพย์สินมาทดแทน
บริษัทอาจจะเลือกทำการสร้างให้ใหม่ หรือจัดหาทรัพย์สินมาทดแทนทรัพย์สินที่สูญเสียหรือเสียหายทั้งหมด หรือส่วนใดส่วนหนึ่งแทนการจ่ายเงินชดใช้การสูญเสียหรือการเสียหายที่เกิดขึ้น หรืออาจจะร่วมกับบริษัทประกันภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกระทำการดังกล่าวก็ได้
แต่บริษัทไม่ผูกพันที่จะต้องจัดสร้างใช้ให้ใหม่ให้เหมือนกับทรัพย์สินเดิมหรือให้ครบถ้วนทุกประการเพียงแต่ว่าจัดไปตามสภาพการจะอำนวย โดยบริษัทจะกระทำการให้สมเหตุสมผลที่สุดและไม่ว่ากรณีใด ๆ บริษัทไม่ผูกพันที่จะต้องทำการสร้างให้ใหม่เกินกว่ามูลค่าของทรัพย์สิน ในขณะที่เกิดความเสียหายหรือเกินกว่าจำนวนเงินซึ่งบริษัทได้รับประกันภัย
ถ้าบริษัทเลือกที่จะทำการสร้างให้ใหม่ หรือจัดหาทรัพย์สินมาแทน ผู้เอาประกันภัยโดยค่าใช้จ่ายของตนเองจะต้องจัดหาแปลน แผนผัง รายละเอียดประกอบแปลน ปริมาณ ขนาดและรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่บริษัทต้องการให้แก่บริษัท และการกระทำใด ๆ ที่บริษัทได้ทำไปหรือสั่งให้ทำไปเพื่อที่จะพิจารณาทำการสร้างให้ใหม่ หรือจัดหาทรัพย์สินมาแทน ไม่ถือว่าเป็นการเลือกโดยบริษัทในอันที่จะทำการสร้างให้ใหม่ หรือจัดหาทรัพย์สินมาทดแทน
ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถที่จะจัดทำการสร้างให้ใหม่หรือซ่อมแซมทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนี้ เพราะเหตุว่ามีเทศบัญญัติหรือกฎข้อบังคับใด ๆ บัญญัติไว้ในเรื่องแนวของถนนหรือการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งอื่น ๆ บริษัทจะรับผิดชดใช้เงินเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการสร้างใหม่ หรือซ่อมแซมทรัพย์สินนั้น ๆ ให้คืนสภาพเดิมหากทำได้ตามกฎหมาย
5.3 การประกันภัยซ้ำซ้อนและการร่วมเฉลี่ยการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบถึงการประกันภัยซึ่งได้ทำไว้แล้วหรือที่จะมีขึ้นภายหลังหากทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัยไว้นี้ได้มีการประกันภัยกับบริษัทประกันภัยอื่น ซึ่งให้ความคุ้มครองในภัยเดียวกันกับกรมธรรม์ฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ถ้าในขณะที่เกิดความเสียหายขึ้นและปรากฎว่าทรัพย์สินรายเดียวกันได้เอาประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยอื่นไม่ว่าโดยผู้เอาประกันภัยเอง หรือโดยบุคคลอื่นใดที่กระทำในนามผู้เอาประกันภัย บริษัทจะร่วมเฉลี่ยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ไม่เกินกว่าส่วนเฉลี่ยตามจำนวนเงินที่บริษัทได้รับประกันภัยต่อจำนวนเงินเอาประกันภัยรวมทั้งสิ้นแต่ไม่เกินกว่าจะนวนเงินเอาประกันภัยที่บริษัทได้รับประกันภัยไว้ และเป็นที่ตกลงว่าการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเช่นนี้ บริษัทจะไม่ยกเอาลำดับการรับประกันภัยก่อน - หลัง ขึ้นเป็นข้ออ้างในการเข้าร่วมเฉลี่ยชดใช้ความเสียหายดังกล่าว
5.4 สิทธิของบริษัทในซากทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
เมื่อมีความเสียหายใดเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะละทิ้งทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้นไม่ได้ และบริษัทอาจจะ
5.4.1 เรียกร้องให้ส่งมอบทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัยแก่บริษัท
5.4.2 เข้ายึดถือครอบครองทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัยและสำรวจ จัด คัด เลือก โยกย้าย หรือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ทรัพย์สินนั้น
5.4.3 ขายหรือจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัย เพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
บริษัทอาจใช้สิทธิที่มีอยู่ตามเงื่อนไขนี้ได้ทุกเวลานับตั้งแต่เกิดความเสียหายจนกว่าสิทธิเรียกร้องในความเสียหายนั้น ๆ จะตกลงกันได้เป็นเด็ดขาดหรือได้มีการบอกกล่าวเป็นหนังสือจากผู้เอาประกันภัยว่าได้สละสิทธิที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย
การใช้สิทธิของบริษัทข้างต้นจะไม่ก่อให้เกิดความรับผิดเพิ่มขึ้นแก่บริษัทและจะไม่ทำให้สิทธิของบริษัทในการที่จะอ้างเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อโต้แย้งการเรียกร้องใด ๆ ลดน้อยลง
5.5 การทุจริต
บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายเนื่องจากการทุจริตของผู้เอาประกันภัยในกรณีดังต่อไปนี้
5.5.1 ความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากการกระทำโดยเจตนาหรือการสมรู้ของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์หรือบุคคลใดที่กระทำในนามของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ และ / หรือ
5.5.2 ผู้เอาประกันภัยหรือผู้แทนของผู้เอาประกันภัยได้กระทำการใดหรือแสดงข้อความหรือเอกสารใดอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
5.6 การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ระหว่างผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัท และหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธิการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลงยินยอมและให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับกรมการประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

6. การระงับไปแห่งสัญญาประกันภัย
ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ เป็นอันระงับสิ้นไปทันทีเมื่อ
6.1 การค้าหรือการผลิต ซึ่งดำเนินการอยู่ภายในสิ่งปลูกสร้างหรือทรัพย์สิน ที่เก็บไว้ในสถานที่ที่เอาประกันภัยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์และการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ทำให้การเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น
6.2 ทรัพย์สินซึ่งเอาประกันภัยไว้ ถูกโยกย้ายไปยังสิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่อื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์
6.3 กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งเอาประกันภัยไว้ ได้ถูกเปลี่ยนมือจากผู้เอาประกันภัยโดยวิธีอื่นนอกจากทางพินัยกรรมหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
6.4 สิ่งปลูกสร้างที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างนั้น ได้มีการพังทลายหรือเคลื่อนที่ไปจากเดิมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน จนทำให้สิ่งปลูกสร้างนั้นเสื่อมประโยชน์ในการใช้ทั้งหมดหรือบางส่วน จนทำให้สิ่งปลูกสร้างนั้นเสื่อมประโยชน์ในการใช้ทั้งหมดหรือบางส่วนทำให้สิ่งปลูกสร้างนั้น หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างนั้นหรือทรัพย์สินที่อยู่ภายในสิ่งปลูกสร้างนั้นตกอยู่ในการเสี่ยงต่อวินาศภัยเพิ่มขึ้น เว้นแต่เหตุดังกล่าวมานี้สืบเนื่องมาจากอัคคีภัย หรือสาเหตุอื่นซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ให้ความคุ้มครอง
6.5 ผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัยเมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันเริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย
อย่างไรก็ตามเงื่อนไขข้อ 6 นี้ จะไม่นำมาบังคับใช้หากผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบและบริษัทตกลงยินยอมรับประกันภัยต่อไป โดยได้บันทึกการแก้ไขแสดงไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้แล้ว

7. การบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย
7.1 บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้โดยไม่จำเป็นต้องคืนเบี้ยประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยทุจริต
7.2 บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัย ตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบ ในกรณีนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
7.3 ผู้เอาประกันภัยอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือและมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน หลังจากหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออก โดยคิดตามอัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น หรือหากยังไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระโดยคิดตามระยะเวลาและอัตราเบี้ยประกันภัยในทำนองเดียวกัน ตามตารางต่อไปนี้
ตารางอัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น

ระยะเวลาประกันภัย
ไม่เกิน/เดือน
ร้อยละของ
เบี้ยประกันภัยเต็มปี
1
15
2
25
3
35
4
45
5
55
6
65
7
75
8
80
9
85
10
90
11
95
12
100


8. อายุความ
ความรับผิดของผู้รับประกันภัยเอาความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ย่อมเป็นอันสิ้นสุดลงในทุกกรณีหากผู้เอาประกันภัยมิได้ดำเนินคดีทางศาลหรือยื่นข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดภายในกำหนดระยะเวลาสองปี นับแต่วันเกิดความเสียหาย เว้นแต่ข้อเรียกร้องนั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีในศาล หรือการพิจารณาโดยอนุญาโตตุลาการหรือผู้ชี้ขาด

9. การบอกกล่าว
คำบอกกล่าวและการติดต่อใด ๆ ระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ต้องกระทำเป็นหนังสือจึงจะมีผลบังคับได้

หากผู้เอาประกันภัยต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมจากความคุ้มครองพื้นฐานดังกล่าวข้างต้น สามารถซื้อเพิ่มเติมได้โดยต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่ม ภัยที่ขอซื้อเพิ่มเติมได้มีดังนี้
ภัยลมพายุ, ภัยจากลูกเห็บ, ภัยระเบิด, ภัยอากาศยาน, ภัยจากยวดยานพาหนะ, ภัยจากควัน, ภัยแผ่นดินไหว, ภัยน้ำท่วม, ภัยเนื่องจากน้ำ, ภัยจลาจลและนัดหยุดงาน, ภัยจากการกระทำอย่างป่าเถื่อนหรือการกระทำอันมีเจตนาร้าย ภัยเกิดขึ้นเองตามปกติวิสัย มีการลุกไหม้หรือระเบิด, ภัยเกิดขึ้นเองตามปกติวิสัย และ/หรือ ไม่มีการลุกไหม้หรือระเบิด, ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า

สิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันอัคคีภัย
5.1 เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และต้องส่งมอบหนังสือแจ้งรายละเอียดทรัพย์สินที่สูญเสียและเสียหายและมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินนั้น ๆ โดยละเอียด
5.2 การเปลี่ยนแปลงความเสี่ยง
- หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ทำให้สาระสำคัญของการประกันภัยถูกทำลายลง เช่น การเปลี่ยนแปลงการค้าหรือการผลิตไปจากที่ระบุไว้ในตาราง กรมธรรม์ฯ การย้ายทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไปยังสิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่อื่นใด นอกจากที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งให้บริษัททราบ
- ถ้าหากมีการเปลี่ยนมือของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยโดยวิธีอื่นนอกจากโดยทางพินัยกรรม หรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายไปให้ผู้อื่น ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งการโอนให้บริษัททราบ เพื่อประโยชน์ในความคุ้มครองที่จะโอนตามไปด้วย
5.3 ทรัพย์สินที่มีการเอาประกันภัยประเภทอื่นไว้แล้ว เช่นการประกันภัยทางทะเล หรือประกันภัยรถยนต์ ผู้เอาประกันภัยจะสามารถเรียกร้องความเสียหายจากการประกันอัคคีภัยได้เฉพาะจำนวนเงินที่เกินกว่าจะเรียกร้องได้จากกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ทำไว้อยู่ก่อนหน้า
5.4 ผู้เอาประกันอัคคีภัยสามารถขยายความคุ้มครองไปถึงเหตุการณ์หรือภัยต่าง ๆ ที่ได้ไม่ระบุไว้ในความคุ้มครองพื้นฐานได้ เช่น ภัยธรรมชาติ และภัยอื่น ๆ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม